Training

Training Schedule

Aug 2021

เวลา : 2 วัน (เวลา 09.00 – 16.00 น.)

การควบคุม Break Down เป็นเป้าหมายหลักในการทำงานบำรุงรักษา ในทุกๆ ที่การติดตามโอกาสการเสียและการเกิด Breakdown จึงเป็นเรื่องสำคัญในการทำงาน แต่การติดแนวโน้มการเสียนั้นทำได้ยากและมีปัญหาในด้านความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่แต่ละคนได้รับมาอาจไม่เหมือนกัน รวมไปถึงวิธีการวิเคราะห์ของแต่ละคนอาจไม่อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ทำให้การติดตาม Breakdown ไม่เพียงยากแต่ยังเกิดความสับสน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้มีเครื่องมือที่ช่วยให้การติดตาม Breakdown ง่ายขึ้นและน่าเชื่อถือขึ้นโดยมีมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับอย่าง RCMและสถิติงานซ่อมบำรุง ในการคัดเลือกปัญหา และคำนวณโอกาสการเกิด Breakdown ดังนั้นหลักสูตรนี้ได้นำเสนอการอบรมวิธีการคัดเลือกงานบำรุงรักษาที่สำคัญด้วย

เหมาะสำหรับ
- ผู้จัดการบำรุงรักษา, Reliability Engineering, Planner,
- Maintenance Engineer, ผู้ชำนาญงาน ฯลฯ

เวลา : 1 วัน (เวลา 09.00 – 16.00 น.)

หลักสูตรนี้ นำเสนอการวิเคราะห์งานบำรุงรักษาแต่ละงานแสดงให้เห็นความคุ้มค่า, แสดงผลตามหลักสถิตและประเมินความสำเร็จอย่างเป็นธรรม การวิเคราะห์นั้นสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องและเป็นวิทยาศาสตร์คือมีข้อมูลการประเมินตามหลักสถิติ ซึ่งประกอบด้วย เครื่องมือทางสถิติ ข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการวิเคราะห์ และวิธีการคำนวน ผลที่ได้จากการคำนวณสามารถนำไปพิจารณาลด ยกเลิกหรือเพิ่มงานต่างๆ ที่ส่งผลให้เครื่องจักรมีสมรรถนะดีขึ้นเข้าเป้าหมายที่ต้องการ นอกจากนั้นผลจากการคำนวนยังสามารถนำไปปรับปรุงคุณภาพของข้อมูลได้อีกด้วย

เหมาะสำหรับ
- ผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุง, วิศวกรวางแผน, วิศวกรบำรุงรักษา

เวลา : 1 วัน (เวลา 09.00 – 16.00 น.)

การเสียหรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Failure เป็นข้อมูลที่สำคัญที่สุดในการทำงานซ่อมบำรุง ถ้าเปรียบ Maintenance เป็นหมอเครื่องจักรเป็นคนใช้ Failure ก็คือ โรค ที่เครื่องจักรเป็นการวิเคราะห์หาโรคที่แท้จริงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการรักษา เพราะไม่เช่นนั้นการรักษาก็จะเป็นเพียงการรักษาตามอาการ เครื่องจักรก็เช่นกัน ถ้าไม่การทำ Root Cause Failure Analysis (RCFA) งาน Maintenance ที่ทำก็เป็นเพียงการพยุงอาการของเครื่องจักรไม่สามารถทำให้เครื่องจักรสามารถกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพได้

เหมาะสำหรับ
- ผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุง, ผู้จัดการหน่วยงานวิศวกรรมบำรุงรักษา,
- ผู้ทำงานด้านวางแผนและวิเคราะห์งานบำรุงรักษา, วิศวกรบำรุงรักษา

เวลา : 1 วัน (เวลา 09.00 – 16.00 น.)

ค่าอะไหล่สำรองคลัง เป็นค่าใช้จ่ายสูงสุดของหน่วยงานซ่อมบำรุง แต่หน่วยงานเองไม่ทราบค่าใช้จ่ายที่ครบถ้วนและผลการทำด้านต่างๆของการมีอะไหล่สำรองคลังทำให้เกิดปัญหาตามมาทั้งกับหน่วยงานอื่นๆ และกระบวนการผลิต การแก้ปัญหานอกจากจะสร้างวิธีการบริหารจัดการอะไหล่สำรองคลังที่มีประสิทธิภาพแล้วยังต้องสร้างความเข้าใจและมุมมองที่หน่วยงานอื่นๆ มองอะไหล่สำรองคลัง เพื่อให้การลงทุนในการซื้ออะไหล่สามารถสร้างผลกำไรได้มากที่สุด

เหมาะสำหรับ
- เจ้าหน้าที่พัสดุอะไหล่, ผู้บริหารงานด้านพัสดุอะไหล่,
- ผู้บริหารงานซ่อมบำรุง

เวลา : 1 วัน (เวลา 09.00 – 16.00 น.)

หลักสูตรนี้ นำเสนอการวิเคราะห์งานบำรุงรักษาแต่ละงานแสดงให้เห็นความคุ้มค่า, แสดงผลตามหลักสถิตและประเมินความสำเร็จอย่างเป็นธรรม การวิเคราะห์นั้นสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องและเป็นวิทยาศาสตร์คือมีข้อมูลการประเมินตามหลักสถิติ ซึ่งประกอบด้วย เครื่องมือทางสถิติ ข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการวิเคราะห์ และวิธีการคำนวณ ผลที่ได้จากการคำนวณสามารถนำไปพิจารณาลด ยกเลิกหรือเพิ่มงานต่างๆ ที่ส่งผลให้เครื่องจักรมีสมรรถนะดีขึ้นตามเป้าหมายที่ต้องการ นอกจากนั้นผลจากการคำนวนยังสามารถนำไปปรับปรุงคุณภาพของข้อมูลได้อีกด้วย
***Workshops โดยใช้้ Software (ผู้เข้าอบรมต้องนำ Computer มาเพื่อใช้ในการ Workshop)
- Weibull Function and Parameters
- Maintenance Analysis and Results on Management of PM by

เหมาะสำหรับ
- ผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุง,
- วิศวกรวางแผน, วิศวกรบำรุงรักษา

เวลา : 2 วัน (เวลา 09.00 – 16.00 น.)

การหล่อลื่นเครื่องจักรนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากอย่างหนึ่งสำหรับการบริหารจัดการการใช้งานเครื่องจักรให้ได้ประโยชน์สูงสุด เพื่อทำให้สามารถทำให้เครื่องจักรที่มีมูลค่าสูงสามารถสร้างผลตอบแทนสู่องค์กรของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สร้างผลิตภาพคุ้มค่ากับเงินลงทุนหากแต่ว่ายังมีการ “ส่งกำลังบำรุง” (Machinery Lubrication Logistics) ที่ไม่เหมาะสมต่อการหล่อลื่นเครื่องจักรมูลค่าสูงเหล่านั้นของท่าน (โดยภาพรวมแล้วนั้นเครื่องจักรกลมักชำรุดในระบบการหล่อลื่นชิ้นส่วนอุปกรณ์มีสาเหตุมาจากการหล่อลื่นที่ไม่ถูกต้อง (Poor Lubrication) อยู่ประมาณ 50% )

เหมาะสำหรับ
- ผู้จัดการฝ่ายผลิต, ฝ่ายบำรุงรักษาและฝ่ายจัดซื้อ
- วิศวกร, วิศวกรบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์, วิศวกรความน่าเชื่อถือ,
- วิศวกรบำรุงรักษาเชิงป้องกัน, โฟร์แมน, ช่างเทคนิคในฝ่ายผลิตและบำรุงรักษา

เวลา : 1 วัน (เวลา 09.00 – 16.00 น.)

หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังที่ติดตั้งใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม มีหน้าที่แปลงแรงดันไฟฟ้าแรงสูงจากการไฟฟ้าฯ เป็นแรงดันไฟฟ้าที่ใช้ภายในโรงงาน ซึ่งขนาดของหม้อแปลงนี้อาจจะมีตั้งแต่ขนาด 5 MVA จนถึง 100 MVA ตามขนาดการใช้ไฟของโรงงานแต่ละแห่งและราคาของหม้อแปลงจะเริ่มตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป จากการที่หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังมีราคาแพงมาก หากเกิดการชำรุดเสียหายจะมีผลกระทบต่อระบบการผลิตสินค้าของโรงงานเป็นอย่างมาก เนื่องจากการแก้ไขและการซ่อมแซมต้องใช้เวลานานอย่างเร็ว 1-2 สัปดาห์ หากการชำรุดเกิดขึ้นภายในตัวเครื่อง หม้อแปลงจะต้องใช้เวลาในการตรวจซ่อมไม่ต่ำกว่า 1-4 เดือน และการหาหม้อแปลงทดแทนในช่วงระยะเวลาการซ่อมจะเป็นปัญหามากเพราะจะไม่มีหม้อแปลงที่ตรงกับการใช้งานของโรงงานสำรองอยู่ เนื่องจากหม้อแปลงมีราคาแพงมาก

เหมาะสำหรับ
- ผู้จัดการโรงงาน, ผู้จัดการงานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า,
- วิศวกรไฟฟ้าของโรงงาน, พนักงานไฟฟ้า,
- ผู้เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบไฟฟ้าของโรงงาน

เวลา : 1 วัน (เวลา 09.00 – 16.00 น.)

ในงานบำรุงรักษาเครื่องจักรนั้น การหา Alignment เป็นงานที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะปัญหาความเสียหายของชิ้นส่วนในเครื่องจักรไม่ว่าจะเป็นลูกปืนชำรุด, Coupling ฉีกขาด หลุดหลวม หรือการเกิดความสั่นสะเทือนสูงเกินพิกัดนั้นกว่า 50% จะมีสาเหตุหลักมาจากการเยื้องของเพลา (Misalignment) เกือบทั้งสิ้น ผลเสียจากการ Misalignment นั้นยังทำให้อายุการใช้งานสั้นเกินควรเกิดการเสียกำลังโดยสูญเปล่า, เครื่องจักรทำงานหนัก เสียบ่อย กินไฟ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหากบุคลากรบำรุงรักษามีความรู้และทักษะอย่างเพียงพอที่จะทำ Alignment ได้อย่างถูกต้องตามหลักการแล้วก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาค่ากระแสไฟฟ้า, รักษาระดับผลผลิตอีกทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณในการเปลี่ยนเครื่องจักร และชิ้นส่วนอะไหล่ได้อย่างมากมาย

เหมาะสำหรับ
- ผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุง, ผู้จัดการฝ่ายบำรุงรักษา,
- วิศวกร, หัวหน้างาน, ช่างเทคนิค,
- ผู้ที่ลงมือปฏิบัติงานซ่อมบำรุงที่มีการทำ Alignment

เวลา : 2 วัน (เวลา 09.00 – 16.00 น.)

ปัจจุบันโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งมีสถานีไฟฟ้าเป็นของโรงงานเอง โดยมีระดับแรงดันไฟฟ้าที่ใช้งานตั้งแต่ 115 เควี.ลดลงมาจนถึง 12 เควี. และมีอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงที่ใช้งานภายในสถานีไฟฟ้าดังนี้ หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังทำหน้าที่เปลี่ยนแรงดัน ไฟฟ้าระบบส่ง 115 เควี เป็นแรงดันระบบจำหน่ายที่ใช้งานใน
โรงงานและรักษาระดับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่, เซอร์กิตเบรกเกอร์แรงสูงและสวิตช์เกียร์ทำหน้าที่ตัดไฟ ในโรงงานเมื่อมีสิ่งผิดปกติประเภทการลัดวงจรเกิดขึ้น, มิเตอร์ต่างๆ ที่รับไฟจากซีทีและพีทีแรงสูงจะทำหน้าที่ ตรวจวัดค่าทางไฟฟ้า เช่น แรงดันไฟฟ้า, กระแสไฟฟ้าที่จ่ายไฟอยู่ว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่, รีเลย์
ป้องกันต่างๆ ในสถานีจะทำงานช่วยป้องกันเมื่อเกิดการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าภายในโรงงาน เป็นต้น ดังนั้น พนักงานของโรงงานที่ทำงานเกี่ยวกับสถานีไฟฟ้า จึงจำเป็นต้องมีความรู้ในการใช้งาน,การตรวจสอบ และบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ในสถานีไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีการใช้งานและทำงานได้อย่างถูกต้องเพราะถ้าพนักงานที่รับผิดชอบขาดความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องแล้วอุปกรณ์ต่างๆ ในสถานีไฟฟ้าและรีเลย์ระบบป้องกันจะถูกใช้งานไม่ถูกต้องและอาจเกิดความเสียหายที่รุนแรงและลุกลามจนทำให้โรงงานต้องหยุด การผลิตสินค้าได้

เหมาะสำหรับ
- ผู้จัดการโรงงาน, ผู้จัดการงานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า,
- วิศวกรไฟฟ้าของโรงงาน, พนักงานไฟฟ้า,
- ผู้เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบไฟฟ้าของโรงงาน

เวลา : 2 วัน (เวลา 09.00 – 16.00 น.)

การควบคุม Break Down เป็นเป้าหมายหลักในการทำงานบำรุงรักษา ในทุกๆ ที่การติดตามโอกาสการเสียและการเกิด Breakdown จึงเป็นเรื่องสำคัญในการทำงาน แต่การติดแนวโน้มการเสียนั้นทำได้ยากและมีปัญหาในด้านความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่แต่ละคนได้รับมาอาจไม่เหมือนกัน รวมไปถึงวิธีการวิเคราะห์ของแต่ละคนอาจไม่อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ทำให้การติดตาม Breakdown ไม่เพียงยากแต่ยังเกิดความสับสน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้มีเครื่องมือที่ช่วยให้การติดตาม Breakdown ง่ายขึ้นและน่าเชื่อถือขึ้นโดยมีมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับอย่าง RCMและสถิติงานซ่อมบำรุง ในการคัดเลือกปัญหา และคำนวณโอกาสการเกิด Breakdown ดังนั้นหลักสูตรนี้ได้นำเสนอการอบรมวิธีการคัดเลือกงานบำรุงรักษาที่สำคัญด้วย

เหมาะสำหรับ
- ผู้จัดการบำรุงรักษา, Reliability Engineering, Planner,
- Maintenance Engineer, ผู้ชำนาญงาน ฯลฯ

เวลา : 1 วัน (เวลา 09.00 – 16.00 น.)

คา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นอะไหลเ่ ปน็ ภาระสำคัญมากถึงกวา่ 60% ของคา่ ใชจ้ า่ ยบำรุงรักษาทั้งหมด และมากกวา่ 2 % ของราคาเครื่องจักรเพราะประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายทางตรงตามค่าอะไหล่ที่เบิกไปใช้บันทึกในใบสั่งงาน (Work order) และค่าใช้จ่ายแฝงอันได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการมีอะไหล่ไว้พร้อมใช้ (Stock Cost of Onwership) และคา่ เสียหายในกรณีที่กระบวนการผลิตตอ้ งหยุดรออะไหลเ่ พราะขาดอะไหล ่ หลักสูตรนี้ อธิบายการบริหารอะไหล่ทั้งด้านอุปสงค์ (Demand Side) และอุปทาน (Supply Side) ด้านอุปสงค์ คือ การประมาณความต้องการ ด้านอุปทานก็การจัดหามาให้ทันกับความต้องการไม่ว่าจะเป็นการซื้อมาเตรียมใว้ในคลัง และ/หรือซื้อมาแล้วใช้ไปในงานเลย ทั้งหมดนี้มีตัวร่วมคือ ระดับอะไหล่ที่ควรจะเก็บ (Max/Min/Safety Stock) ในกรณีที่ต้องการเก็บด้วยวิชาการด้านสถิติ

เหมาะสำหรับ
- ผู้จัดการฝ่่ายซ่่อมบำรุง, วิศวกรวางแผน,
- วิศวกรบำรุงรักษา

เวลา : 1 วัน (เวลา 09.00 – 16.00 น.)

สวิตช์เกียร์/เซอร์กิตเบรคเกอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงระดับแรงดันปานกลาง ที่นิยมติดตั้งใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสถานีไฟฟ้าเป็นของโรงงานเอง ระดับแรงดันไฟฟ้าที่ใช้งานจะมีตั้งแต่ 33 KV. ลดลงมาจนถึง 1 KV. อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงนี้จะทำหน้าที่ตัดไฟในโรงงานเมื่อมีสิ่งผิดปกติประเภทการลัดวงจรเกิดขึ้นกับวงจรไฟฟ้า รวมถึงการตรวจสอบแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายไฟอยู่ว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่ ดังนั้น สวิตช์เกียร์/เซอร์กิตเบรคเกอร์ จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามวาระอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีความพร้อมที่จะทำงานเมื่อเกิดเหตุผิดปกติเกิดขึ้นเพราะถ้าสิ่งผิดปกติที่เกิดไม่ถูกตัดหรือกำจัดออกไปในเวลาที่รวดเร็วแล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะรุนแรงและลุกลามจนทำให้โรงงานต้องหยุดการผลิตสินค้าได้

เหมาะสำหรับ
- ผู้จัดการโรงงาน, ผู้จัดการงานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า,
- วิศวกรไฟฟ้าของโรงงาน, พนักงานไฟฟ้า,
- ผู้เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบไฟฟ้าของโรงงาน

error: Content is protected !!