Thai / Eng.

 
 
Your Company Website
 


Febuary 2010

05/02/2010 - MNT05 :
Reliability Centered Maintenance (RCM)

23/02/2010 - EE003 :
MV Switchgear/Circuit Breaker Maintenance and Testing

24/02/2010 - SPM01 :
Spare Part Managment

25/02/2010 - TEC10 :
Productive Maintenance

25/02/2010 - EE008 :
Large Turbo-Generator Maintenance

26/02/2010 - PRD01 :
Manufacturing KPI

26/02/2010 - SW001 :
การบริหารงานบำรุงรักษาโดยใช้ Software IDYL PM

กรอก e-mai เพื่อรับข่าวสาร





















หลักสูตร Spare Part Reduction and Optimization
ระยะเวลา 2 วัน

เนื้อหา

     ปริมาณอะไหล่สำรองคลังมีผลกระทบต่อความสามารถในการผลิตของเครื่องจักรอย่างสูง
ค่าใช้จ่ายในการบริหารคลังอะไหล่อาจสูงถึง 15-20% ของมูลค่าอะไหล่หรือมากกว่านั้น
เรากำลังพูดถึงค่าใช้จ่าย 75-100 ล้านบาทต่อปี ไม่นับการสูญเสียสภาพคล่อง
ถ้าเราเก็บอะไหล่คงคลัง 500 ล้านบาท ผู้บริหารไม่สามารถมองข้ามเรื่องนี้อีกต่อไป
การเก็บอะไหล่ต่ำไปนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการสูญเสียการผลิตหากเครื่องจักรเสียแล้วไม่มีอะไหล่ซ่อม
ซึ่งมักจะตามมาด้วยการสะสมอะไหล่ด้วยความตื่นตระหนกตกใจ การสะสมอะไหล่มากไป
ก็จะเกิดต้นทุนค่ามาตัดออกจากบัญชีเพราะไม่ได้เบิกใช้เลย (Write-off)
เพราะสะสมอะไหล่ผิดตัว คือเก็บไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เก็บหรือเก็บแต่ปริมาณไม่พอ

     อะไหล่ประเภทหมุนเวียนเร็ว สามารถจัดได้โดยพิจารณาเงื่อนไขการจัดหาปริมาณการซื้อ
แต่ละครั้งให้เหมาะสมซึ่งเป็นการจัดการทางด้านอุปทาน (Supply Side)
แต่สำหรับพวกที่หมุนเวียนช้าซึ่งมักจะมีมูลค่าต้องจัดการด้านงานบำรุงรักษาป้องกัน
(PM Optimization) เพราะมันเป็นต้นเหตุของความต้องการอะไหล่การลดอะไหล่คงคลัง
ที่ให้ประโยชน์สูงสุด (Spare Part Optimization) จึงต้องทำควบคู่ไปกับการจัดงานซ่อมบำรุง
ให้ได้ประโยชน์สูงสุด (Planned Maintenance Optimization) พร้อมๆ กัน

     หลักสูตรนี้รวมทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกัน โดยแสดงให้เห็นตั้งแต่วิธีการคัดกรอง
แบ่งอะไหล่ออกเป็นหลายกลุ่ม เพื่อใช้วิธีการคำนวณที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม
พร้อมกับการคำนวณงาน PM ที่ให้ประโยชน์สูงสุด แต่ใช้ PM นั้นเป็นตัวตั้ง
ในการคำนวณระดับอะไหล่ที่ให้ประโยชน์สูงสุด โดยมีการคำนวณความเสี่ยง
(Rick of Stock Out) ด้วยวิธีทางสถิติเป็นตัวตัดสินใจ

 

วัตถุประสงค์
     เพื่อแก้ปัญหาในการลดและปรับระดับอะไหล่คงคลังให้ได้ประโยชน์สูงสุด
โดยนำเสนอวิธีการจัดการทั้งทางด้านอุปทาน (Supply Side-การจัดการอะไหล่หมุนเวียน)
และด้านอุปสงค์ (Demand Side-การจัดการงาน PM ให้ได้ประโยชน์สูงสุด)
โดยอาศัยสถิติและวิทยาการวิศวกรรมบำรุงรักษาและ Reliability Engineering

หัวข้อสัมมนา

วันที่ 1
     1.   การบริหารอะไหล่กับสมรรถนะของหน่วยงานบำรุงรักษาและดัชนีบำรุงรักษาที่สำคัญ
     2.   การลดและปรับระดับอะไหล่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด
     3.   การวิเคราะห์ด้วย ABC Analysis และการใช้งาน
     4.   การจัดกลุ่มอะไหล่ตามความวิกฤติ รวมกับ เครื่องจักร
           (Combined Spare Part Criticality and Equipment Criticality)
     5.   การปรับระดับอะไหล่คงคลังสำหรับอะไหล่หมุนเวียนสูง (Fast Moving)
           และอะไหล่หมุนเวียนช้า วิกฤติระดับต่ำ (Low Criticality)
     6.   หลักการจัดการทางด้านอุปสงค์อะไหล่ (Demand Side Management/Optimization)
     7.   วิธีการจัดการความต้องการอะไหล่โดยการคัดเลือกงานบำรุงรักษาป้องกันที่เหมาะสมด้วยผลการวิเคราะห์ทางสถิติ
           (Demand Management by Selection of Planned Maintenance by Statistical Analysis)
     8.   การปรับระดับอะไหล่คงคลังสำหรับ อะไหล่วิกฤติระดับปานกลาง (Medium Criticality)
     9.   การคำนวณระดับอะไหล่คงคลังสำหรับ อะไหล่วิกฤติระดับสูง (High Criticality)
   10.   Spare Part Optimization กับ “Zero Plant Breakdown?” @Minimum Cost Budgeting
   11.   สถิติและการใช้งาน

วันที่ 2
     Workshop
     1.   Calculation of Overall Equipment Criticality]
     2.   Calculation of Part Criticality
     3.   Calculation of Overall Part Criticality
     4.   Stock Recommendation of Class L Stock
     5.   Stock Recommendation of Class M Stock
     6.   Stock Recommendation of Class H Stock
     7.   Stock Recommendation of new Part
     8.   การคัดกรองเลือกงาน PM และการทำ PM-Optimization ด้วยสถิติ

เหมาะสำหรับ

   • ผู้จัดการโรงงาน, ผู้จัดการฝ่ายบำรุงรักษา,
   • วิศวกรฝ่ายบำรุงรักษา, ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรบำรุงรักษา,
   • Store Manager, Engineer

***ผู้เข้าสัมมนาควรมีพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์และสถิติ***

  

 
Untitled Document
Copyright © 2003 Productivity Associates Co.,Ltd. All Rights Reserved.